BEAT2010 on Mobile
เข้าชมเว็บไซต์ และร่วมโหวตผ่านมือถือได้แล้ว โดยแสกน Qr Code ด้านล่างนี้

หน้าหลัก

หน้าโหวต

 

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้2579
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้3495
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้22683
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว23444
mod_vvisit_counterเดือนนี้59260
mod_vvisit_counterเดือนที่ผ่านมา93669
mod_vvisit_counterทั้งหมด2646779
 

Subscribe

ต้องการรับข้อมูลข่าวสาร
ข้อมูลองค์กร

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ถือกำเนิดจาก "โรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน" ที่พระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งขึ้นภายในพระบรมมหาราชวัง เมื่อปี พ.ศ. 2442 พร้อมทั้งพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญ "พระเกี้ยว" มาเป็นเครื่องหมายประจำโรงเรียน การดำเนินงานของโรงเรียนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับ จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 (ขณะนั้นนับวันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ นับอย่างใหม่ต้องเข้าปี พ.ศ. 2460) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว ได้ทรงสถาปนาขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย และพระราชทานนามว่า "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" เพื่อเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์เฉลิมพระเกียรติแห่งพระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมชนกนาถของพระองค์ นับตั้งแต่ พ.ศ. 2460 ถึงปัจจุบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีผู้บัญชาการและอธิการบดีดำรงตำแหน่งมาแล้ว 16 คน อธิการบดีคนปัจจุบัน คือ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุล

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับยกย่องเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ทั้งในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์การแพทย์ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ และได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาในระดับดีมาก จาก สำนักงานรับรอง มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา ปัจจุบัน เปิดการเรียนการสอนใน 19 คณะ บัณฑิตวิทยาลัย วิทยาลัย และสถาบันต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 492 สาขาวิชา หลักสูตรนานาชาติและภาษาอังกฤษ รวมทั้งสิ้น 70 สาขาวิชา นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งสถาบันวิจัยขึ้นภายในมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งเพื่อดำเนินการ วิจัยในศาสตร์ต่าง ๆ ด้วย

ในอดีต ผู้ที่จบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ให้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจาก พระหัตถ์ พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช แต่ในปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญา บัตร แก่บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  • คณะผู้บริหาร

  • สาส์นจากผู้บริหาร

  • ประวัติความเป็นมา

คณะผู้บริหาร


ศ.นพ. ภิรมย์ กมลรัตนกุล
อธิการบดี
โทร: 02-218-3302  02-218-3302
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

งานด้านบริหารและการพัสดุ

รศ.นพ.เจษฎา แสงสุพรรณ
รองอธิการบดี
โทร:02-218-3320-3
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
รศ.นพ.ประเสริฐ ตรีวิจิตรศิลป์
ผู้ช่วยอธิการบดี
โทร: 02-218-3316   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
รศ.ดร.อนงค์นาฏ เถกิงวิทย์
ผู้ช่วยอธิการบดี
โทร: 02-218-3308   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

นายเกรียงศักดื์ บูรณปัทมะ
ผู้ช่วยอธิการบดี
โทร: 02-218-3381   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์
ผู้ช่วยอธิการบดี
โทร: 02-218-3326   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

งานด้านแผนและงบประมาณ นโยบายและยุทธศาตร์

รศ.ทพ. นพ. ดร.สิทธิชัย ทัดศรี
รองอธิการบดี
โทร: 02-218-3317   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
รศ. น.สพ.ดร.คณิศักดิ์ อรวีระกุล
ผู้ช่วยอธิการบดี
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
รศ.นพ. ดร.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์
ผู้ช่วยอธิการบดี
โทร: 02-218-3328   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

รศ. ดร.พสุ เดชะรินทร์
ผู้ช่วยอธิการบดี
โทร:  02-218-5764   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ผศ. ดร.วรวรรณ องค์ครุฑรักษา
ผู้ช่วยอธิการบดี
โทร: 02-218-3326  
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

งานด้านวิชาการ

ผศ.ดร.มรว.กัลยา ติงศภัทิย์
รองอธิการบดี
โทร: 02-218-3238   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
อ. ดร.สุวรรณา สถาปัตย์พัฒนา
ผู้ช่วยอธิการบดี
โทร: 02-2183238   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

งานด้านการวิจัย

ศ.ดร.เกื้อ วงศ์บุญสิน
รองอธิการบดี
โทร: 02-218-3342   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
รศ. ดร.บัญชา พูลโภคา
ผู้ช่วยอธิการบดี
โทร: 02-218-3349  
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

งานด้านกิจการนิสิต

รศ. ดร.ธนิต ธงทอง
รองอธิการบดี
โทร: 02-218-7059   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
รศ. ดร.ธัญวัฒน์ โพธิศิริ
ผู้ช่วยอธิการบดี
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ผศ. ศิริมา บุนนาค
ผู้ช่วยอธิการบดี
โทร: 02-218-7060   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

อ. รศนาภรณ์ วีรวรรณ
ผู้ช่วยอธิการบดี
โทร: 02-218-7058   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

งานด้านการคลัง

รศ. ดร.ดนุชา คุณพนิชกิจ
รองอธิการบดี
โทร: 02-218-3372   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
รศ. สุทธิมา ชำนาญเวช
ผู้ช่วยอธิการบดี
โทร: 02-218-3373   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

งานด้านการจัดการทรัพย์สิน

รศ.น.อ.นพ.เพิ่มยศ โกศลพันธุ์
รองอธิการบดี
โทร: 02-218-3590  ext. 221
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
รศ. ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ผู้ช่วยอธิการบดี
โทร: 02-218-3590  ext. 216
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ผศ. บุญชัย โสวรรณวณิชกุล
รองอธิการบดี
โทร: 02-218-3303   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

งานด้านการบริหารระบบกายภาพ

รศ. เลอสม สถาปิตานนท์
รองอธิการบดี
โทร: 02-218-3362  
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
รศ. ดร.บุญไชย สถิตมั่นในธรรม
ผู้ช่วยอธิการบดี
โทร: 02-218-3341  
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

งานด้านศิลปวัฒนธรรม

รศ. ดร.สันติ ฉันทวิลาสวงศ์
ผู้ช่วยอธิการบดี
โทร: 02-218-3385   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
รศ.จุมพล รอดคำดี
ที่ปรึกษาด้านศิลปวัฒนธรรม
โทร: 02-218-3938   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

งานด้านการจัดการด้านคุณภาพ

ผศ. ประเสริฐ อัครประถมพงศ์
ผู้ช่วยอธิการบดี
โทร:  02-218-3341   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

งานด้านวิรัชกิจ

ศ.ดร.เกื้อ วงศ์บุญสิน
รองอธิการบดี
โทร: 02-218-3342   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ผศ.ดร.มรว.กัลยา ติงศภัทิย์
รองอธิการบดี
โทร: 02-218-3238   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ผศ. ดร.รัฐชาติ มงคลนาวิน
ผู้ช่วยอธิการบดี
โทร:  02-218-3342   
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 


พี่น้องชาวจุฬาฯ ที่เคารพรัก
เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง อีกครั้งหนึ่งที่ “จุฬาฯ ของเรา” ได้รับการจัดอันดับโดย “นิตยสาร Times Higher Education”
ให้เป็น “มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด 200 อันดับแรกของโลก” ประจำปีพุทธศักราช 2552 โดยได้ “อันดับที่ 138 ของโลก” เป็นการก้าวกระโดดขึ้นมาจากปีที่แล้ว (พ.ศ. 2551) ถึง 28 อันดับ และกระโดดขึ้นมาจากสองปีที่แล้ว (พ.ศ. 2550)
ถึง 85 อันดับ และสิ่งที่น่ายินดีไปยิ่งกว่านั้นก็คือ ในทุกสาขา (5 สาขา) ที่มีการจัดอันดับ จุฬาฯ ของเรามีอันดับที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดทั้งสิ้น

เราได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า ภายในปี พ.ศ. 2555 เราควรจะติดอันดับ “มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดหกสิบอันดับแรกของโลก” อย่างน้อย 1 สาขา แต่จากการประกาศผลในปีนี้ เราสามารถติดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดหกสิบอันดับแรกของโลกถึง
3 สาขา คือ

  1. Arts & Humanities (อันดับที่ 49 ของโลก)
  2. Social Sciences (อันดับที่ 51 ของโลก)
  3. Life Sciences & Biomedicine (อันดับที่ 51 ของโลก)

แม้ว่าอีก 2 สาขา อันดับจะเกิน 60 แต่ก็ก้าวกระโดดขึ้นมาจากปีที่ผ่าน ๆ มาค่อนข้างมาก

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงนับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับเกียรตินี้อย่างสง่างามและสมศักดิ์ศรี ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นที่ยอมรับ ไม่เฉพาะจากประชาชนคนไทยเท่านั้น แต่จากประชาคมโลก เป็นการตอกย้ำและพิสูจน์ว่าพวกเราชาวจุฬาฯ ได้ช่วยกันสืบสานและเสริมสร้างให้จุฬาฯ เป็น “เสาหลักของแผ่นดิน” (Pillar of the Kingdom) ซึ่งสอดคล้องกับพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระผู้ก่อกำเนิดและสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้เป็น “หลักเฉลิมพระนครแห่งกรุงสยาม”
นอกจากนี้ ความสำเร็จอีกมากมายที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา อาทิ

  1. รางวัล “The Winner of the Reader’s Digest Trusted Brands Platinum Award for the University” 3 ปีซ้อน
  2. มหาวิทยาลัยที่สอนระดับปริญญาโทที่น่าเชื่อถือที่สุด จากการสำรวจในหัวข้อ “Thailand’s Most Admired Brand” โดยนิตยสารBrand Age 2 ปีซ้อน
  3. คณาจารย์ บุคลากรและนิสิต ได้รับรางวัลระดับชาติและนานาชาติกว่า 400 รายการ
  4. เป็นเจ้าเหรียญทองกีฬามหาวิทยาลัยครั้งล่าสุด (หลังจากว่างเว้นไป 10 ปี) เป็นการสะท้อนว่า เราไม่ได้เป็นเลิศเฉพาะด้านวิชาการเท่านั้น
  5. รางวัล Website ยอดนิยม อันดับ 112 ของโลก (ที่ 1 ของประเทศ) จัดอันดับโดย webometrics
  6. รางวัลการประกวดระบบประกันคุณภาพฯ จาก สกอ. และ สมศ.
  7. เป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ จากการพิจารณาโดย สกอ.

นับเป็นเกียรติภูมิที่ยิ่งใหญ่ อันน่าภาคภูมิใจของชาวจุฬาฯ ทุกคน ทั้งนิสิตเก่าและนิสิตปัจจุบัน ความสำเร็จทั้งหลายทั้งปวงนี้มิใช่เกิดจากใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเพราะพวกเราชาวจุฬาฯ ทุกหมู่เหล่ารุ่นแล้วรุ่นเล่า ได้พร้อมใจกันร้อยดวงใจหลายหมื่นหลายแสนดวงกลายเป็น “น้ำใจน้องพี่สีชมพู” จนเกิดเป็นพลังแห่งความรัก และพลังศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ ทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจอย่างหนักที่สุด จนทำให้พวกเรามี “วันนี้” ได้ ซึ่งเป็นการพิสูจน์อีกครั้งหนึ่งว่า ความรักและพลังแห่งชาวจุฬาฯ ยังซึมซับและเหนียวแน่นรวมเป็นหนึ่งเพื่อทำสิ่งดี ๆ อันน่าชื่นใจให้เกิดขึ้นมาได้ตลอดกระผมขอกราบขอบพระคุณชาวจุฬาฯ ทั้งมวล รวมทั้งนิสิตเก่าและนิสิตปัจจุบันที่ช่วยกันพัฒนาจุฬาฯของเราอย่างก้าวกระโดดขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับโลก พร้อมก้าวขึ้นสู่ปีที่ 100 แห่งการสถาปนาด้วยความภาคภูมิใจ

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ควรเป็นเหตุให้พวกเราลำพองใจ และหยุดนิ่งเพียงเท่านี้ เพราะภารกิจที่หนักอึ้งกำลังรอเราอยู่เราจำเป็นต้องรวมพลังกันอย่างเต็มที่ด้วยความรัก ความเชื่อมั่นและศรัทธา (โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้) เพื่อพัฒนาจุฬาฯ ที่รักยิ่งของเราให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น ให้สูงเด่นเป็นสง่าในเวทีโลก เป็นสิ่งเชิดหน้าชูตาให้กับประเทศไทย เป็น Educational Hub ของเอเชีย

นอกเหนือจากพันธกิจหลักในการพัฒนาด้านการศึกษา วิจัย และบริการสังคม จุฬาฯซึ่งถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของแผ่นดินยังมีเป้าหมายในการพัฒนาประเทศในองค์รวมเพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล โดยที่ผ่านมาจุฬาฯได้มีการดำเนินกิจกรรมในลักษณะต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายด้านต่างๆของประเทศ การพัฒนาโครงการนำร่อง การปลูกสร้างจิตสำนึกและสร้างความตระหนักโดยเฉพาะการอนุรักษ์พลังงาน และอื่นๆ กิจกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่จุฬาฯให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านวิชาการและการพัฒนาสังคมควบคู่กันไป

กระผมตระหนักถึงความคาดหวังของคนไทยทั้งแผ่นดิน ที่มีต่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกระผมเองก็มีความเชื่อมั่น......เชื่อมั่นใน “น้ำใจน้องพี่สีชมพู” มั่นใจในพลังอันยิ่งใหญ่ของนิสิตเก่า นิสิตปัจจุบัน และประชาคมชาวจุฬาฯ ทั้งมวลที่จะไม่ทำให้ผู้คนทั้งแผ่นดินผิดหวัง!!!

กระผมภาคภูมิใจในพวกเราทุกคน และขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงมาอีกครั้ง

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุล
อธิการบดี                   
15 ตุลาคม 2552


จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือกำเนิดจาก “โรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2442 ณ ตึกยาว ข้างประตูพิมานชัยศรี ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยมีพระราชปรารภที่จะทรงจัดการปกครองพระราชอาณาจักรให้ทันกาลสมัย จึงจัดตั้งโรงเรียนเพื่อฝึกหัดนักเรียนสำหรับรับราชการปกครองขึ้นในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งนักเรียนที่จบการศึกษาจากโรงเรียนแห่งนี้ จะได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กรับราชการใกล้ชิดพระองค์ และด้วยประเพณีโบราณที่ข้าราชการจะถวายตัวเข้าศึกษางานในกรมมหาดเล็ก ก่อนที่จะออกไปรับตำแหน่งในกรมอื่น ๆ ดังนั้น พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนนามโรงเรียนเป็น “โรงเรียน มหาดเล็ก” เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2445


ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริที่จะขยายการจัดการศึกษา เพื่อผลิตนักเรียนไปรับราชการในกระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ ไม่เฉพาะกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกโรงเรียนมหาดเล็กเป็นโรงเรียนข้าราชการพลเรือน โดยใช้วังวินด์เซอร์เป็นสถานที่ประกอบการเรียนการสอน และสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2453 พร้อมทั้ง พระราชทานนามโรงเรียนแห่งนี้ว่า “โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” เนื่องจากเป็นโรงเรียนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระ ราชดำริจัดตั้งขึ้น และได้ใช้เงินคงเหลือจากการที่ราษฎรเรี่ยรายกันเพื่อสร้างพระบรมรูปทรงม้านั้น มาใช้เป็นทุนของโรงเรียนแห่งนี้ นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดที่ดินพระคลังข้างที่รวมเนื้อที่ทั้งสิ้น 1,309 ไร่เป็นเขตโรงเรียน โดยมีการจัดการศึกษาใน 5 โรงเรียน (คณะในปัจจุบัน) ได้แก่ โรงเรียนรัฎฐประศาสนศาสตร์ โรงเรียนคุรุศึกษา โรงเรียนราชแพทยาลัย โรงเรียนเนติศึกษา และโรงเรียนยันตรศึกษา


ต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริเห็นสมควรที่จะขยายการศึกษาในโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น คือ ไม่เฉพาะสำหรับผู้ที่จะเล่าเรียนเพื่อรับราชการเท่านั้น แต่ผู้ใดที่มีความประสงค์จะศึกษาขั้นสูงก็สามารถเข้าเรียนได้ทั่วถึงกัน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้า อยู่หัว ขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 พร้อมทั้งพระราชทานนามว่า “จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย” เพื่อเป็นอนุสาวรีย์สมพระเกียรติแห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ตราสัญลักษณ์โรงเรียนข้าราชการพลเรือน
ระหว่างปี พ.ศ. 2459 - 2465 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการปรับปรุงมาตรฐานการศึกษาระดับประกาศนียบัตร พร้อมกับเริ่มเตรียมการเรียนการสอนระดับปริญญา โดยขณะนั้นจัดการศึกษาเป็น 4 คณะ ได้แก่ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในปัจจุบัน) คณะวิศวกรรมศาสตร์ และ คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และในระหว่างปี พ.ศ. 2481 - 2490 เริ่มเน้นการเรียนการสอนอันเป็นพื้นฐานของวิชาชีพในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยมีการจัดตั้งเตรียมมหาวิทยาลัย คือ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ในปัจจุบัน)


เมื่อจอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงด้านภาษาและหนังสือหลายประการ เช่น ยกเลิกการใช้อักษร "ฬ" ให้ใช้ "ร,ล" แทน และ ยกเลิกการใช้ "ณ" ให้ใช้ "น" แทน ดังนั้น จึงได้ปรากฏการเขียนชื่อมหาวิทยาลัยในรูปแบบอื่นอีก ได้แก่ "จุลาลงกรน์มหาวิทยาลัย" ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงไปตามสมัยนิยม อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ ในปี พ.ศ. 2487 ก็มีการประกาศยกเลิกการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และให้กลับไปใช้การเขียนภาษาในรูปแบบเดิม การเขียนชื่อมหาวิทยาลัยจึงกลับเป็นแบบเดิม


หลังจากนั้น ในช่วงพ.ศ. 2497 - พ.ศ. 2514 ยังสามารถพบการเขียนนามมหาวิทยาลัยว่า "จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย" ซึ่งไม่มีเครื่องหมายทัณฑฆาตที่ "ณ" เช่น พระราชบัญญัติจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ฉบับที่ 4, 5 และ 6


ระหว่างปี พ.ศ. 2491 - 2503 มหาวิทยาลัยก็ได้ขยายการศึกษาไปยังสาขาต่าง ๆ ให้กว้างขวางขึ้นโดยเน้นการศึกษาในระดับปริญญาตรีเป็นหลัก และตั้งแต่ พ.ศ. 2504 - ถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยได้ขยายการศึกษาระดับปริญญาตรีอย่างกว้างขว้าง พร้อมกับพัฒนาการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และก่อตั้งหน่วยงานต่างๆ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนและงานบริการทางวิชาการแก่สังคม