BEAT2010 on Mobile
เข้าชมเว็บไซต์ และร่วมโหวตผ่านมือถือได้แล้ว โดยแสกน Qr Code ด้านล่างนี้

หน้าหลัก

หน้าโหวต

 

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้2592
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้3495
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้22696
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว23444
mod_vvisit_counterเดือนนี้59273
mod_vvisit_counterเดือนที่ผ่านมา93669
mod_vvisit_counterทั้งหมด2646792
 

Subscribe

ต้องการรับข้อมูลข่าวสาร
ข้อมูลองค์กร

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทยที่เปิดสอนทางด้านการเกษตร อันเป็นฐานรากของการดำรงชีวิตแบบไทยตั้งแต่อดีตกาล ทั้งนี้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ถือเป็นมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งขึ้นเป็นอันดับที่สามของไทย โดยมีปณิธาณในการก่อตั้งเพื่อเป็นคุณประโยชน์แก่การกสิกรรมและการเศรษฐกิจ ของประเทศโดยตรง

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เริ่มต้นจากการเป็นโรงเรียนช่างไหมในปี พ.ศ. 2447 และต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนการเพาะปลูก หลังจากนั้นรวมเข้ากับโรงเรียนแผนที่เป็นโรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการ มีผลให้วิทยาการทางการเกษตรพัฒนาและก้าวหน้า มีกิจกรรมและวิชาการต่างๆ ที่ดำเนินการเอื้ออำนวยประโยชน์ให้แก่ประชาชนเสมอมา

ใน พ.ศ. 2486 รัฐบาลในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้มีการปรับปรุงและรวมกิจการของวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่บางเขนกับโรงเรียน วนศาสตร์ (โรงเรียนการป่าไม้เดิม จังหวัดแพร่) มาเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และประกาศใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2486 เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486 โดยแรกเริ่ม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำการเปิดสอนเฉพาะด้านเกษตรศาสตร์ ต่อมา ได้มีการขยายสาขาวิชาครอบคลุมทั้งด้าน สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ บริหารธุรกิจ และ ศิลปศาสตร์ ตามมาตรฐานของมหาวิทยาลัยสากลอย่างสมบูรณ์

พิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนกรกฎาคม ในอดีตนิสิตที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช แต่ในปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญา บัตร แก่บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จากทุกวิทยาเขต

  • คณะผู้บริหาร

  • สาส์นจากผู้บริหาร

  • ประวัติความเป็นมา


ดร. อารีย์ ธัญกิจจานุกิจ
ผู้อำนวยการ


นาง นภา เชี่ยวชูวงศ์
รองผู้อำนวยการบริหาร

นาง ละออ รอดมณี
รองผู้อำนวยการทรัพยากรสารสนเทศ

ผศ.ปรีดา เลิศพงศ์วิภูษณะ
รองผู้อำนวยการเทคโนโลยีสารสนเทศ

นาง สหัทยา คล้ายหาญ
ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านวิเทศสัมพันธ์

นางสาว ถิรนันท์ ดำรงค์สอน
ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านระบบสารสนเทศ
นางสาว กิตติยา ขุมทอง
ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านเครือข่ายห้องสมุด

นาง นภาลัย ทองปัน
หัวหน้าฝ่ายบริการ

นางสาว ยุพิน เกียรติสุวิมล
หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีการศึกษา
นางสาว วันเพ็ญ ศรีจันทร์กุล
หัวหน้าฝ่ายสารสนเทศ
นางสาว ดลนภา แว่วศรี
หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ
นาง กาญจนา วสุสิริกุล
หัวหน้าสำนักงานเลขานุการ


มนุษย์และพลังงาน มีความสัมพันธ์อันเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยง และส่งผลกระทบต่อกันทั้งทางบวกและทางลบ ดังคำกล่าวที่ว่า สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ย่อมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลและพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เพื่อการดำรงอยู่อย่างสมดุลและยั่งยืน โดยในช่วงที่ผ่านมา องค์กรและภาคส่วนของชุมชนต่างให้ความสำคัญกับปัญหาและการอนุรักษ์พลังงานมากขึ้น


มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็เช่นกันได้ตระหนักถึงการรณรงค์ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม จากการที่มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ มีจำนวนนิสิตและบุคลากรรวมแล้วในทุกวิทยาเขตกว่า 60,000 คน มหาวิทยาลัยจึงได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์พลังงาน ดังเช่น โครงการมหาวิทยาลัยรวมพลังหาร 2 มก. รณรงค์ลดปริมาณการใช้พลังงานใน มก. การใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ภายในอาคารและตามถนนในมหาวิทยาลัย การจัดโครงการชาว มก. รวมใจปลูกพรรณไม้ลดความร้อนในอาคาร การจัดฝึกอบรม สัมนาให้ความรู้และปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงาน รวมถึงการจัดทำโครงการวิทยาเขตสีเขียว (KU Green Campus) วางผังแม่บทระบบภูมิทัศน์ประสานระบบสัญจรสีเขียว สะอาด เพื่อพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การนำจักรยานคืนสู่มหาวิทยาลัย และกิจกรรมอื่น ๆ ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง


ดังนั้น การที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมการแข่งขันประกวดอาคารอนุรักษ์พลังงาน Thailand Building Energy Award 2010 จึงถือเป็นโอกาสอันดียิ่งในการที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้และจิตสำนึกในด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัยสีเขียวแห่งนี้ไปสู่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งต้องขอขอบคุณมายังสำนัดนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


เราชาวนนทรีขอให้สัญญาว่าจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดโดยสิ่งสำคัญที่สุด มิใช่เพียงผลการแข่งขันแต่เป็นการได้ร่วมอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ และเป็นวาระแห่งมนุษยชาติที่จะต้องช่วยกันรับผิดชอบคนละไม้คนละมือที่จะแก้ไขหรือลดทอนความสูญเสียทางธรรมชาติอันเกิดจากน้ำมือของพวกเราเอง ทั้งนี้เพื่อลูกหลานของเราจะได้มีพลังงานใช้ในอนาคตสืบไป


ในปี พ.ศ. 2447 พระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชวินิจฉัยให้อุดหนุนการทำไหมและทอผ้าของประเทศ โดยได้ว่าจ้าง ดร.คาเมทาโร่ โทยาม่า จากมหาวิทยาลัยโตเกียว ทดลองเลี้ยงไหมตามแบบฉบับของญี่ปุ่น สอนและฝึกอบรมนักเรียนไทยในวิชาการเลี้ยงและการทำไหม โดยมี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมช่างไหม กระทรวงเกษตราธิการในขณะนั้น ทรงจัดตั้งโรงเรียนช่างไหม ขึ้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2447 ณ ท้องที่ตำบล ทุ่งศาลาแดง กรุงเทพมหานคร ซึ่งนับว่าเป็นสถาบันการศึกษาอันเกี่ยวกับการเกษตรแห่งแรก จากนั้นในภายหลังได้เปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนช่างไหมแห่งนี้ เป็นโรงเรียนวิชาการเพาะปลูก ในปีพ.ศ. 2449 เนื่องจากมีวิชาการเพาะปลูกพืชอื่น ๆเข้ามาประกอบ

โรงเรียนเกษตราธิการ พระราชวังวินด์เซอร์
ต่อมาโรงเรียนเกษตราธิการ ได้ถือกำเนิดขึ้น ในปี 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2451 ณ วังสระปทุม โดยที่กระทรวงเกษตราธิการได้ทำการรวบรวมโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดของกระทรวง 3 โรงเรียนคือโรงเรียนแผนที่ (จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2425) โรงเรียนกรมคลอง (จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2448) และโรงเรียนวิชาการเพาะปลูก เป็นโรงเรียนเดียวกันเพื่อผลิตคนเข้ารับราชการในกรมกองต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตราธิการ ถือได้ว่าเป็นหลักสูตรระดับอุดมศึกษาวิชาเกษตรศาสตร์ หลักสูตรแรกของประเทศไทย โดยได้เริ่มดำเนินการสอนหลักสูตรใหม่นี้ในปี พ.ศ. 2452


ด้วยเหตุที่วัตถุประสงค์ของโรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการ ตรงกับพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัวในเรื่องของการจัดตั้งโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ซึ่งได้ทรงจัดตั้งขึ้นในกระทรวงธรรมการ โรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการจากเดิมที่สังกัดกระทรวงเกษตราธิการจึง ย้ายมาสังกัดกระทรวงธรรมการ ในปี พ.ศ. 2456โดยใช้ วังวินด์เซอร์ เป็นสถานที่ทำการเรียนการสอนของโรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการที่ยุบเข้ารวมกับ โรงเรียนข้าราชการพลเรือน

หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อแรกสร้าง
และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงส่งนักเรียนไทยไปเรียนต่างประเทศจำนวนมาก ในจำนวนนี้มีพระยาเทพศาสตร์ สถิตย์ และ เจ้าพระยาธรรม ศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เสนาบดีกระทรวงธรรมการ ทั้ง 2 ท่านได้เริ่มก่อตั้งโรงเรียนด้านการเกษตรโดยสังกัดกระทรวงเกษตราธิการขึ้น มาอีกครั้ง ในนาม "โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม" ตั้งอยู่ที่ ตำบลหอวังในปี พ.ศ. 2460 ภายหลังจึงได้มีการย้ายการเรียนการสอนไปที่ ตำบลพระประโทน อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ในปี พ.ศ. 2461


ในปี พ.ศ. 2474 หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร และเจ้าพระยาธรรม ศักดิ์มนตรี ได้ร่วมกันขยายการจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมไป สู่ระดับภูมิภาคมากขึ้น โดยภาคกลาง ตั้งอยู่ที่ จังหวัดสระบุรี ภาคเหนือ ตั้งอยู่ที่ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคอีสาน ตั้งอยู่ที่ จังหวัดนครราชสีมา และภาคใต้ ตั้งอยู่ที่ จังหวัดสงขลา


พ.ศ. 2478 โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมในภูมิภาคต่างๆได้ปิดตัวลงตามข้อบังคับของการ ปรับเปลี่ยนระบบราชการในขณะนั้น จึงได้มีการยุบรวมโรงเรียนในส่วนภูมิภาคทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน หลวงอิงคศรีกสิการ หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ และพระช่วงเกษตรศิลปการ (สามบูรพาจารย์ผู้ให้กำเนิดมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์) จึงเสนอให้รักษาโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม (ปัจจุบันมหาวิทยาลัยแม่โจ้)ไว้ที่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เพียงแห่งเดียว และเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น "โรงเรียนมัธยมวิสามัญเกษตรกรรม" ต่อมาจึงได้มีการยกฐานะของโรงเรียนจนก่อตั้งเป็น "วิทยาลัยเกษตรศาสตร์" มีฐานะเป็นกองวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในกรมเกษตรและประมง ตามความต้องการของกระทรวงเกษตราธิการ

ภาพขณะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานปริญญาบัตร เมื่อในอดีต
ต่อมากระทรวงเกษตราธิการได้จัดตั้งสถานีเกษตรกลางขึ้นในท้องที่ อำเภอบางเขน จังหวัดพระนคร (กรุงเทพมหานคร) ดังนั้น จึงได้ย้ายวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาตั้งอยู่ที่ อ. บางเขนในปี พ.ศ. 2481 และให้ส่วนราชการที่ อำเภอสันทราย เป็น "โรงเรียนเตรียมเกษตรศาสตร์" เพื่อเป็นการเตรียมนิสิตให้วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ อำเภอบางเขนต่อไป


ในปี พ.ศ. 2486 " วิทยาลัยเกษตรศาสตร์" ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น "มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์" ใน สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีฐานะเป็นกรมในสังกัดกระทรวงเกษตราธิการ และให้แต่งตั้งข้าราชการประจำ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการมหาวิทยาลัย หลวงสินธุสงครามชัย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีคนแรก มีการเปิดสอนใน 4 คณะ คือ โดยมี คณะกสิกรรมและสัตวบาล คณะการประมง คณะวนศาสตร์ และคณะสหกรณ์ เป็นคณะแรกตั้ง (ในปัจจุบันคือ คณะเกษตร คณะประมง คณะวนศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ และ คณะบริหารธุรกิจ)