BEAT2010 on Mobile
เข้าชมเว็บไซต์ และร่วมโหวตผ่านมือถือได้แล้ว โดยแสกน Qr Code ด้านล่างนี้

หน้าหลัก

หน้าโหวต

 

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้28
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้2625
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้2653
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว23960
mod_vvisit_counterเดือนนี้59334
mod_vvisit_counterเดือนที่ผ่านมา93669
mod_vvisit_counterทั้งหมด2646853
 

Subscribe

ต้องการรับข้อมูลข่าวสาร
ข้อมูลองค์กร

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


(อังกฤษ: Thammasat University; ชื่อย่อ: มธ. - TU) เป็นมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2477 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นตลาดวิชา เพื่อการศึกษาด้านกฎหมายและการเมือง สำหรับประชาชนทั่วไป เมื่อเริ่มก่อตั้งใช้ชื่อว่า มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (อังกฤษ: University of Moral and Political Sciences; ชื่อย่อ: มธก. - UMPS) เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย และมีประวัติศาสตร์ผูกพันกับพัฒนาการทางการเมืองและความเป็นไปของชาติ ตลอดจนเรื่องของรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยตลอดมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และ 6 ตุลา 2519

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 คณะรัฐประหารได้ยึดอำนาจการ ปกครองประเทศ ทำให้มหาวิทยาลัยได้รับผลกระทบโดยตรง ผู้ประศาสน์การ ปรีดี พนมยงค์ ต้องลี้ภัยการเมืองไปอยู่ต่างประเทศ ชื่อมหาวิทยาลัยถูกตัดคำว่า “การ เมือง” ออกจากชื่อมหาวิทยาลัย เหลือเพียง “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” ตำแหน่งผู้ประศาสน์การถูกยกเลิก เปลี่ยนเป็นตำแหน่งอธิการบดี หลักสูตรการศึกษาธรรมศาสตร์บัณฑิต ถูกเปลี่ยนแปลงเป็น นิติศาสตร์, รัฐศาสตร์, เศรษฐศาสตร์ และ พาณิชยศาสตร์ และการบัญชี ความเป็นตลาดวิชาหมดไปตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2495

นับตั้งแต่ พ.ศ. 2477 มีนักศึกษากว่า 240,000 คน เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในจำนวนนี้ได้รวมถึงผู้ที่เข้ามาบทบาททางการเมืองในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี, นักการเมืองและเจ้าหน้าที่ระดับสูง, ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตลอดจนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญทางวิชาการทุกสาขา

มหาวิทยาลัยเป็นสมาชิกของเครือข่าย LAOTSE ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในเอเชียและยุโรป ตามกรอบความร่วมมืออาเซม รวมทั้งเป็นสมาชิกของเครือข่ายการศึกษาและวิจัยในลุ่มแม่น้ำโขง (GMSARN) อีกด้วย

อธิการบดีมหาวิทยาลัยคนปัจจุบันคือ นายสุรพล นิติไกรพจน์ และมีนายสุเมธ ตันติเวชกุลเป็นนายกสภา มหาวิทยาลัย

  • คณะผู้บริหาร

  • สาส์นจากผู้บริหาร

  • ประวัติความเป็นมา

  • การบริการ

อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

   
ศ.ดร. สุรพล นิติไกรพจน์
โทร.02-613-2002
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
   
รองอธิการบดี
ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายการคลัง ฝ่ายบริหารบุคคล

รศ.ดร. นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ 
โทร. 02-613-2004
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์
โทร.02-613-2005
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร
โทร.02-613-2006
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ฝ่ายการนักศึกษา ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ฝ่ายวางแผนพัฒนาและเทคโนโลยี

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล
โทร.02-6132007
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
รศ.ดร.จุลชีพ ชินวรรโณ
โทร.02-316-2009
Email: -
ผศ.ดร. โปรดปราน สิริธีรศาสน์
โทร.02-564-2912
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ฝ่ายบริหาร ศูนย์รังสิต ฝ่ายบริหาร ท่าพระจันทร์ ฝ่ายบริหาร ศูนย์ลำปาง

รศ. เกศินี วิฑูรชาติ
โทร.02-226-4500-1
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
รศ.ดร. อุดม รัฐอมฤต
โทร.02-623-5180
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ผศ. กมลทิพย์ แจ่มกระจ่าง
โทร.02-564-4440 ต่อ 1151
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ฝ่ายวิจัย    

   
รศ.นพ. ปรีชา วาณิชยเศรษฐกุล
โทร. 02-926-9487
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
   
ผู้ช่วยอธิการบดี    
ฝ่ายวิชาพื้นฐาน ฝ่ายการคลัง ฝ่ายบริหารบุคคล

ผศ.ดร.ณัฐธนนท์ หงส์วริทธิ์ธร
โทร.02-564-4440-79 ต่อ 1104
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
รศ.ดร.วีรยา ฉิมอ้อย
โทร.02-613-2025
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ผศ.ชุลีพร เกษโกวิท
โทร.0 2613 2016  โทรสาร.
Email:-
ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ฝ่ายบริหาร ศูนย์รังสิต ฝ่ายบริหาร ท่าพระจันทร์

ผศ.ดร. คัทลียา เพชรสิงห์
โทร.02-224-8109
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
รศ.สำราญ มั่นทัพ
โทร.02-5644567-8
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ผศ.นพ. วรรณี สำราญเวทย์
โทร.02-6235180
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ฝ่ายบริหาร ศูนย์ลำปาง ฝ่ายวางแผนพัฒนาและเทคโนโลยี ฝ่ายกีฬาและศิลปวัฒนธรรม

อ.ดร. ชาติชาย เชษฐสุมน
โทร.054-268-705
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
อ. อาทิตย์ วงษ์สง่า
โทร.02-564-2912
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
อ. เชษฐา พลายชุม
โทร.081-697-1614
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ฝ่ายศิษย์สัมพันธ์ ฝ่ายบริหารศูนย์พัทยา ฝ่ายทรัพย์สิน
 

นายมนตรี ฐิรโฆไท
โทร.02-613-2045  
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
รศ.ดร. โกวิทย์ พวงงาน
โทร.038-259-010-69
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ผศ.วนิภา อัศวเพิ่มพูลผล
โทร. -  
Email:-
ฝ่ายการนักศึกษา ฝ่ายมาตรฐานการศึกษา  

 
อ.ชไมพร รุ่งฤกษ์ฤทธิ์
โทร. 089-788-3172
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
รศ.พอ.ดร.ถวัลย์ ฤกษ์งาม
โทร.02-564-4440-79 ต่อ 1102
Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
 

 

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์และประหยัดพลังงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540  ในปีนั้นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้าร่วมโครงการรุ่งอรุณโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ดำเนินการในฐานะวิศวกรดำเนินการศึกษา
และแก้ปัญหาการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานผู้ให้การสนับสนุน มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญต่อการประหยัดพลังงานโดยการกระตุ้นเตือนในเรื่องการประหยัดพลังงานในทุกอาคารของมหาวิทยาลัยตลอดมา

ในปี พ.ศ. 2553 สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ได้จัดโครงการสร้างขุมกำลังบุคลากรด้านการอนุรักษ์พลังงาน โครงการนี้เป็นมิติของการสร้างกระแสความตื่นตัวด้านการอนุรักษ์พลังงาน สร้างบุคลากรด้านพลังงานและขยายแนวทางอนุรักษ์พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพถือเป็นกลไกสำคัญของแผนการใช้พลังงาน ภายใต้กลยุทธ์ในการใช้คนเป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้พลังงานในหน่วยงาน และเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้พลังงานใน
หน่วยงานอีกด้วย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีส่วนร่วมในการดำเนินงานครั้งนี้เพื่อวัตถุประสงค์หลักคือลดการใช้พลังงาน สร้างจิตสำนึกในชุมชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักศึกษาซึ่งจะเป็นประชากรที่สำคัญของประเทศในวันข้างหน้า

การดำเนินกิจกรรมสร้างขุมกำลังบุคลากรด้านการอนุรักษ์พลังงาน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้คัดเลือกหอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ในสังกัดสำนักหอสมุดเข้าร่วมโครงการในฐานะเป็นอาคารที่ให้บริการแก่นักศึกษาผู้เป็นกำลังสำคัญของ
ประเทศชาติในภายหน้า มหาวิทยาลัยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะให้อาคารหอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นต้นแบบของการ
เปลี่ยนแนวคิดในการใช้พลังงาน โดยมีเป้าหมายในการลดการใช้พลังงานอย่างเป็นระบบ สร้างกลไกในการประหยัดพลังงานด้วยแผนดำเนินงานที่ชัดเจน สามารถกำหนดวิธีปฏิบัติ และลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังต่อเนื่องภายใต้แผน
การดำเนินงานสร้างจิตสำนึกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจนนำไปสู่การสามารถพัฒนาองค์ความรู้ได้แนวคิดใหม่มาใช้ในองค์กรในบริบทสภาวะแวดล้อมของชีวิตกับพลังงาน และสร้างความร่วมมือตลอดจนสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจกับการมีส่วนช่วยลดภาวะโลกร้อนในครั้งนี้

ด้วยภารกิจด้านการอนุรักษ์พลังงานหนึ่งในภารกิจที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญเช่นเดียวกับภารกิจด้านการพัฒนา
การศึกษา  การสร้างจิตสำนึกให้ประชาคมธรรมศาสตร์ได้ตระหนักว่าทุกคนคือส่วนหนึ่งในโลกที่ต้องร่วมมือกันลด
ภาวะโลกร้อนเป็นภารกิจสำคัญประการหนึ่งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อนุสาวรีย์ปรีดี พนมยงค์ ผู้ประศาสน์การ มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ที่หน้าตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2477 โดยมีชื่อ
เมื่อเริ่มก่อตั้งว่า "มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์ และการเมือง" (มธก.) มหาวิทยาลัยนี้ถือกำเนิดมาจากความคิดริเริ่มของ ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ (รัฐมนตรีว่าการ กระทรวง มหาดไทย ในขณะนั้น) โดยเล็งเห็นว่าการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ขณะนั้นมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพียงแห่งเดียว เมื่อมีการ เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย
ใน พ.ศ.2475 ประเทศชาติ มีความจำเป็นต้องมีบุคคลที่มีความรู้ ทางกฎหมาย การปกครอง และสังคม มารับใช้ประเทศชาติโดยด่วน
จึงได้เสนอร่าง พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย วิชา ธรรมศาสตร์ และ
การเมือง พ.ศ.2476 เพื่อเปิดสอนในวิชาแขนงดังกล่าว เมื่อพระราชบัญญัติผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ได้มีพิธี เปิดมหาวิทยาลัยขึ้น 
เมื่อวันที่  27 มิถุนายน  2477 โดยผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็น
ผู้กระทำพิธีเปิดและศาสตราจารย์  ดร.ปรีดี พนมยงค์ ได้รับแต่งตั้งเป็น
ผู้ประศาสน์การคนแรกของมหาวิทยาลัย (และเป็นผู้ประศาสน์การ คนเดียว เพราะต่อมาได้เปลี่ยนชื่อ ตำแหน่ง เป็นอธิการบดี)

 

 

ปรัชญาของการตั้งมหาวิทยาลัยปรากฏตามสุนทรพจน์ของศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ รายงานต่อผู้สำเร็จราชการ แทนพระองค์ มีดังนี้ "...มหาวิทยาลัยย่อมอุปมา ประดุจบ่อน้ำ บำบัดความกระหายของราษฎร ผู้สมัครแสวงหาความรู้ อันเป็นสิทธิและโอกาส ที่เขาควรมีควรได้ ตามหลักเสรีภาพของการศึกษา..."

ด้วยเหตุนี้มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง จึงเป็นตลาดวิชา และเป็น มหาวิทยาลัย เปิดแห่งแรกของประเทศไทย โดยให้สิทธิแก่ผู้ที่เคยศึกษาในโรงเรียน กฎหมายผู้สำเร็จประโยคมัธยมศึกษา และเปิดกว้างให้ถึงผู้ที่เป็น ข้าราชการ สมาชิกสภาผู้แทน ฯ ผู้แทนตำบล ครู ทนายความ เข้าเรียน ได้ด้วย ปรากฏว่าในปีแรกมีผู้สมัครเข้าศึกษาถึง 7,094 คน

วิชาที่เปิดสอนมี 2 แขนงคือ  หลักสูตรธรรมศาสตรบัณฑิต ซึ่งสอนวิชากฎหมายเป็นหลัก  แต่ได้สอนวิชา รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และการฑูตด้วย เมื่อจบปริญญาตรีธรรมศาสตรบัณฑิตก็อาจศึกษาต่อปริญญาโท แยกเป็นแขนงนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และการฑูตต่อไป วิชาอีกแขนงหนึ่งคือ วิชาการบัญชี โดยมีหลักสูตร 3 ปี สำหรับประกาศนียบัตร ทางการบัญชี (เทียบเท่าปริญญาตรี) และ 5 ปี สำหรับประกาศนียบัตรชั้นสูงทางการบัญชี (เทียบเท่าปริญญาโท)

จากวิสัยทัศน์ของศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ทำให้ผู้ไม่มีโอกาสได้ศึกษาถึงขั้นมหาวิทยาลัยได้จบปริญญาและ ประกาศ นียบัตรไปรับใช้ประเทศชาติในทางการเมือง กระทรวงทบวงกรมต่าง ๆ วงการธุรกิจ และอาชีพอิสระเป็นอันมาก

สำหรับที่ตั้งมหาวิทยาลัย ครั้งแรกใช้ตึกโรงเรียนกฎหมายเดิมที่เชิงสะพานผ่านฟ้าภิภพลีลา ต่อมาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2478 มหาวิทยาลัยขอซื้อ ที่ดินบริเวณท่าพระจันทร์ ซึ่งเดิมป็นที่ของทหาร และปรับปรุงอาคารเดิมพร้อมทั้งสร้างตึกโดม (อันหมายถึงปัญญา และความเฉียบแหลม) เงินที่ซื้อที่ดินรวมทั้งการก่อสร้างได้มาจากเงินที่มหาวิทยาลัย เก็บจากค่าสมัคร และค่าเล่าเรียน (คนละ 20 บาท ต่อปี) นอกจากนี้ ในเวลาต่อมามหาวิทยาลัยยังได้ตั้งธนาคารเอเชียขึ้น เพื่อเป็นสถานที่ สำหรับนักศึกษาวิชาการบัญชี ใช้เป็นที่ฝึกงานด้วย

ในปี พ.ศ.2481 มหาวิทยาลัยตั้งโรงเรียนเตรียมปริญญามีหลักสูตร 2 ปี เพื่อรับผู้ประสงค์จะเข้าเรียนต่อ ที่มหาวิทยาลัย วิชาธรรมศาสตร์และการเมืองโดยตรง โรงเรียนเตรียมปริญญามีหลักสูตรการสอนหนักไปทางด้านภาษา ทั้งภาษาไทย ภาษาบาลี ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และวิชาด้านสังคม เช่น ปรัชญา วิชาเทคโนโลยี ดนตรี พิมพ์ดีด และชวเลข เป็นต้น โรงเรียนเตรียม ปริญญามีทั้งหมดรวม 8 รุ่น จนงถึงปี พ.ศ.2490 จึงถูกยกเลิกไป

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 คณะรัฐประหาร ได้ยึดอำนาจการปกครองประเทศ ด้วยเหตุผลทางการเมือง และการ ปกครอง ของคณะรัฐประหาร ทำให้มหาวิทยาลัยได้รับผลกระทบ และถูกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ผู้ประศาสน์การ ปรีดี พนมยงค์ ต้องลี้ภัย การเมืองไปอยู่ต่างประเทศ ชื่อมหาวิทยาลัยถูกตัดคำว่า "การเมือง" ออก เปลี่ยนเป็น "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" ตำแหน่ง ผู้ประศาสน์ การถูกยกเลิก เปลี่ยนเป็นอธิการบดี หลักสูตรการศึกษาธรรมศาสตรบัณฑิต 
ถูกเปลี่ยนแปลงเป็น นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี ความเป็นตลาดวิชาหมดไป
ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ พ.ศ.2495

ในปี พ.ศ.2518 ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นอธิการบดี ท่านเห็นว่า ควรที่ จะขยายการศึกษา ด้านวิทยาศาสตร์ ในชั้นปริญญาตรีเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพราะ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี มีส่วนสำคัญ ในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาสังคม เช่นเดียวกับ หลักสูตรทาง สังคมศาสตร์ ที่มี ยู่เดิม พื้นที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ มีเนื้อที่ประมาณ  50  ไร่ ไม่เพียงพอ ต่อการขยายตัว ทางวิชาการและการพัฒนา มหาวิทยาลัยจึงเจรจาขอใช้ที่ดินนิคมอุตสาหกรรม กระทรวง อุตสาหกรรม เนื้อที่ประมาณ 2,400 ไร่ ที่รังสิต เพื่อสนองรับการขยายตัว ของ มหาวิทยาลัย ต่อไป มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงขยายออกไปที่รังสิต เรียกว่า มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งเจริญก้าวหน้าและพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังขยายไปที่ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยาด้วย โดยอยู่บน พื้นฐาน การปลูกฝังจิตวิญญาณความเป็นธรรมศาสตร์ ดั่งเช่น จิตวิญญาณธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์


วิสัยทัศน์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นสถาบันวิชาการชั้นนำของประเทศในระดับนานาชาติ มีความเป็นเลิศในการผลิตบัณฑิต
การสร้างองค์ความรู้ และการแก้ปัญหาของประเทศ



พันธกิจ

  1. จัดการศึกษาด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ และคำนึงถึงการกระจายโอกาสให้กับผู้ด้อยโอกาสในการเข้าศึกษา การจัดการศึกษาให้ความสำคัญกับหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา หลักสูตรนานาชาติเพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถ ยึดมั่นในความเป็นธรรม การปกครองระบอบประชาธิปไตย และการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม
  2. พัฒนาองค์ความรู้ที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการวิจัย สหวิทยาการ เพื่อบูรณาการศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อจะทำให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง
  3. ให้บริการวิชาการแก่สังคมเพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านวิชาการ และการเรียนรู้จากบริการวิชาการ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาการจัดการศึกษาและการวิจัย โดยให้ความสำคัญกับการบริการวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และการให้โอกาสแก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม
  4. ส่งเสริมและสนับสนุนวิถีชีวิตไทย การรักษาศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีไทย การสร้างค่านิยมที่เน้นประโยชน์ในการดำรงชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ค่านิยมประชาธิปไตย และความเป็นธรรม รวมทั้งการสร้างความรู้ความเข้าใจในวัฒนธรรมสากลที่เหมาะสมให้แก่ประชาคมธรรมศาสตร์และสังคม
  5. พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการ โดยยึดหลักธรรมาภิบาลเพื่อให้การดำเนินงานมีคุณธรรม มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ โปร่งใส รับผิดชอบ ตรวจสอบได้ คำนึงถึงความสามารถและการมีส่วนร่วมของบุคลากร ตลอดจนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า